@หลักสูตรพุทธปัญญาตรี,โท,เอก @ไม่มีสอนในโรงเรียน @ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย @เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของมนุษย์ที่ประเสริฐและครอบคลุมความจริงสูงสุด @คือความไม่รู้เหตุแห่งทุกข์และความไม่รู้ทางออกจากทุกข์ @สัจจะนี้เป็นวิทยาศาสตร์ @มีลำดับ มีต้น มีกลาง มีปลาย @ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา @ไม่ขึ้นอยู่กับภาษา @ไม่ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ @ไม่ขึ้นอยู่กับการนับถือใดๆ @ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ใดๆในโลก @สิ่งนั้นเรียกว่า "จิต" เป็นประธานของสิ่งทั้งปวง @เชื้อเชิญให้มาพิสูจน์ @มีความลุ่มลึกยิ่งกว่านิยายยูโทเปีย UTOPIA แต่เกิดจริง มีจริง แล้วในโลก
@หลักสูตรพุทธปัญญาตรี,โท,เอก @ไม่มีสอนในโรงเรียน @ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย @เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาของมนุษย์ที่ประเสริฐและครอบคลุมความจริงสูงสุด @คือความไม่รู้เหตุแห่งทุกข์และความไม่รู้ทางออกจากทุกข์ @สัจจะนี้เป็นวิทยาศาสตร์ @มีลำดับ มีต้น มีกลาง มีปลาย @ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา @ไม่ขึ้นอยู่กับภาษา @ไม่ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ @ไม่ขึ้นอยู่กับการนับถือใดๆ @ไม่ขึ้นอยู่กับสถานที่ใดๆในโลก @สิ่งนั้นเรียกว่า "จิต" เป็นประธานของสิ่งทั้งปวง @เชื้อเชิญให้มาพิสูจน์ @มีความลุ่มลึกยิ่งกว่านิยายยูโทเปีย UTOPIA แต่เกิดจริง มีจริง แล้วในโลก

บทความ : เศรษฐศาสตร์ ในระบบบุญนิยม ตอนที่ ๑

 เศรษฐศาสตร์ "ตุ่มรั่ว"

“...เราไม่เป็นประเทศร่ำรวย เรามีพอสมควร พออยู่ได้ แต่ไม่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมาก เพราะถ้าเราเป็นประเทศก้าวหน้าอย่างมากก็จะมีแต่ถอยกลับ ประเทศเหล่านั้นที่เป็นประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า จะมีแต่ถอยหลังและถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการบริหารแบบเรียกว่าแบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละคือเมตตากัน จะอยู่ได้ตลอดไป...”

พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔

อะไรเป็นสาเหตุ...? "ในการพัฒนาประเทศก้าวหน้าอย่างมาก แต่กลับถอยหลังอย่างน่ากลัว"

เพราะ...ไม่ได้พัฒนาประชาชนให้มีภูมิคุ้มกันต่อกระแสความก้าวหน้าอย่างมาก ทำให้เกิดการบริโภคเสพติด แย่งกันกิน-แย่งกันใช้ ทุจริตคอรัปชั่น จนประเทศต้องถอยหลังอย่างน่ากลัว

(ข้อมูล...ของแต่ละประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก แต่ถอยหลังเป็น"หนี้"อย่างน่ากลัว*)

จะต้องพัฒนาประเทศให้ประชาชนมี"ศีล"สร้างภูมิคุ้มกัน

จนเกิด"เศรษฐกิจพอเพียง" แบบ "สาธารณโภคี(บ้าน วัด โรงเรียน)"

 

ทุศีล ผลกระทบต่อตนเอง ผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจ
อบายมุข ๖*    
๑.ติดสุราและของมึนเมา เสียสุขภาพ เสียเวลา เสียเงิน โทษภัยของสุรา*
๒.ชอบเที่ยวกลางคืน เสียสุขภาพ เสียเวลา เสียเงิน โทษภัยของการเที่ยวกลางคืน*
๓.ชอบเที่ยวดูการละเล่น เสียสุขภาพ เสียเวลา เสียเงิน โทษภัยของการดูการละเล่นในมือถือ*
๔.ติดการพนัน เสียสุขภาพ เสียเวลา เสียเงิน โทษภัยของการติดการพนัน*
๕.คบคนชั่ว เสียทุกอย่าง โทษภัยของการคบคนชั่ว*
๖.เกียจคร้านการงาน เสียนิสัย เสียเวลา โทษภัยของความเกียจคร้าน*
ศีล ๕*    
๑.ฆ่าสัตว์ จิตวิญญาณตกต่ำ บริโภคเนื้อสัตว์ผลกระทบ ⇒ โลกร้อน*
๒.ลักทรัพย์ จิตวิญญาณตกต่ำ นักการเมือง ข้าราชการทุจริต ⇒ ประเทศเป็นหนี้*
๓.ประพฤติผิดในกาม จิตวิญญาณตกต่ำ ประพฤติผิดในกาม ⇒ ปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม*
๔.พูดโกหก จิตวิญญาณตกต่ำ พูดโกหก หลอกลวง ⇒ โทษภัยของการพูดโกหก*
๕.เสพติดของมึนเมา จิตวิญญาณตกต่ำ เสพติด ⇒ โทษภัยของเสพติดของมึนเมา*
ศีล ๘*    
๖.เว้นการกินในยามวิกาล  เสียสุขภาพ เสพสัมผัส เสียเงิน กินข้าวเย็น ⇒ โทษภัยของการกินข้าวเย็น*
๗.เว้นการฟ้อนรำ ขับร้อง และประดับด้วยเครื่องหอม เสียสุขภาพ เสพสัมผัส เสียเงิน การเต้นกิน รำกิน ⇒ โทษภัยของการเต้นกินรำกิน*
๘.เว้นการนอนด้วยที่นอนอ่อนนุม เสียสุขภาพ เสพสัมผัส เสียเงิน การนอนเป็น ๑/๓ ของชีวิต ⇒ ที่นอนอ่อนนุ่มราคาแพง ข้อเสียด้านสุขภาพ*
ศีล ๑๐*    
๙.เว้นการนั่ง-นอนในที่สูงใหญ่ เสพสัมผัสความมักใหญ่ ไม่เป็นตัวอย่างความอ่อนน้อมถ่อมตน ⇒ เศรษฐกิจผูกขาด-สังคมเหลื่อมล้ำ*
๑๐.เว้นการสะสมเงินและทอง มักมากและสะสมไม่สิ้นสุด สังคมส่วนรวมขาดแคลน ⇒ โทษภัยของนักบวชรับเงินและทอง*
จุลศีล* "ศีล"ขั้นต่ำที่สุดของนักบวช พรหมชาลสูตร* ความเสื่อมของพระพุทธศาสนา
มัชฌิมศีล* "ศีล"ขั้นต่ำที่สุดของนักบวช ความเสื่อมของพระพุทธศาสนา*
มหาศีล* "ศีล"ขั้นต่ำที่สุดของนักบวช แนวทางปฏิรูปพระพุทธศาสนา*